วิธีจองคิว/อบรมต่อใบขับขี่ ออนไลน์ 2563 – 5 ปี เป็น 5 ปี, 2 ปี เป็น 5 ปี [มิ.ย.63]

ใบขับขี่ซึ่งเป็นใบอนุญาตขับขี่นั้น มีอายุ 2 ปี สำหรับผู้ที่ขอใบขับขี่ครั้งแรก หรือมีอายุ 5 ปีสำหรับผู้ที่ต่ออายุมาแล้ว และแน่นอนว่าเมื่อใบขับขี่ใบเดิมใกล้จะหมดอายุ หรือแม้แต่หมดอายุไปแล้วเราก็ต้องไปต่อใบขับขี่ ซึ่งในปัจจุบันการต่อใบขับขี่ จองคิวออนไลน์ได้แล้ว

เราจึงได้สรุป 7 ขั้นตอนในการจองคิวต่อใบขับขี่ผ่านแอพไว้ พร้อมรูปในแต่ละขั้นตอน โดยสามารถจองคิวต่อใบขับขี่มอเตอร์ไซค์และจองคิวต่อใบขับขี่รถยนต์ได้ง่ายๆเลย มาดูวิธีต่อใบขับขี่ออนไลน์กันครับ

อบรมใบขับขี่ออนไลน์ (ช่วงโควิด)

อัพเดท: เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้กรมการขนส่งทางบก มีระบบต่อใบขับขี่ออนไลน์ โดยทำการอบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ก่อน (e-Learning) แล้วจึงไปทำการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายและออกใบอนุญาตขับรถที่กรมอีกที ภายใน 90 วันหลังจากเริ่มอบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ มาดูกันว่าทำยังไงบ้างครับ

การต่อใบขับขี่ออนไลน์ทำได้เฉพาะผู้ที่ใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุไม่เกิน 1 ปี หรือต่ออายุล่วงหน้าไม่เกิน 90 วัน (นอกจากกลุ่มนี้: ดูหัวข้อต่อไปด้านล่าง) โดยมีระยะเวลาที่ใช้ในอบรม ต่อใบขับขี่ออนไลน์คือ

  • ใบขับขี่ส่วนบุคคล อบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ 1 ชั่วโมง
  • ใบขับขี่ขนส่ง อบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ 2 ชั่วโมง
  • ใบขับขี่สาธารณะ อบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ 3 ชั่วโมง
  • อบรมออนไลน์สำหรับช่วงโควิดนี้ และงดการอบรมที่กรมฯและงดการทดสอบใบขับขี่ใหม่ทุกประเภท

โดยมีเงื่อนไขการอบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์คือต้องดูวิดีโอให้จบแบบจบจริง ๆ ห้ามกดข้าม ห้ามปิดหน้าต่างของหน้าเว็บไซต์ เพราะถ้าไม่ทำตามจะต้องดูใหม่แต่ต้นเลย

วิธีการต่อใบขับขี่ออนไลน์ มีขั้นตอนโดยคลิกไปเว็บอบรมใบขับขี่ออนไลน์ จากนั้นให้กดปุ่มลงทะเบียนอบรม และกรอกข้อมูลเพื่อเข้าสู่ระบบอบรม

เมื่อเข้าสู่ระบบแล้วจะให้รับชมวีดีโออบรมใบขับขี่ออนไลน์ ให้ดูจนจบโดยไม่ปิดเว็บไปก่อน หลังจากนั้นทำการยืนยันตัวตนด้วยเลขบัตรประชาชนและใบขับขี่เดิมเพื่อรับผลการอบรม เป็นการเสร็จสิ้นการอบรมใบขับขี่ออนไลน์

อบรมใบขับขี่ออนไลน์แล้วทําไงต่อ: แนะนำให้แคปหน้าจอผลการอบรมใบขับขี่ออนไลน์ไว้ด้วยครับ หลังจากนั้นให้ไปทดสอบสมรรถภาพและออกใบอนุญาตใน 90 วันนับจากวันที่อบรม โดยเตรียมเอกสารและเงินค่าธรรมเนียมตามหัวข้อสุดท้ายไปด้วย

จองคิวต่อใบขับขี่ ออนไลน์

มาดูวิธีจองคิวต่อใบขับขี่ ออนไลน์สำหรับการทดสอบสมรรถภาพ และออกใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่งทางบกกันครับ

อัพเดท: กรมการขนส่งทางบกเปิดให้ต่อใบขับขี่แบบ New Normal เริ่ม 8 มิถุนายน 2563 สำหรับผู้ที่ไม่ต้องอบรมที่สำนักงาน/ผู้ที่ต่ออายุแบบ e-learning ตามวิธีด้านบน และเริ่ม 22 มิถุนายน 2563 สำหรับการทำใบขับขี่ใหม่ และผู้ที่ขาดต่อเกิน 1 ปี โดยทั้งสองแบบจะต้องจองคิวต่อใบขับขี่ไว้ก่อนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: โหลดแอพ DLT Smart Queue ซึ่งเป็นแอพจากกรมการขนส่งทางบก หรือถ้ามีอยู่แล้วก็สามารถเปิดแอพเข้าไปเพื่อทำการจองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ ในขั้นตอนต่อไปได้เลย

ขั้นตอนที่ 2: ให้เข้าสู่ระบบโดยให้กด “บัตรประชาชน” เพื่อกรอกเลขบัตรประชาชน จากนั้นถ้ายังไม่เคยใช้งานมาก่อนนั้นให้ลงทะเบียนระบบต่อใบขับขี่ออนไลน์ โดยกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อสมัครใช้งาน ระบบจะถามชื่อ นามสกุล วันเกิด โทรศัพท์ เป็นต้น แต่ถ้าเคยใช้งานมาแล้วระบบก็จะให้ใส่รหัสผ่านเพื่อเข้าสู่ระบบ

ขั้นตอนที่ 3: เมื่อเข้าสู่ระบบมาแล้ว แอพจะถามว่าต้องการจองคิวที่สำนักงานขนส่งพื้นที่ไหน ให้เลือกสำนักงานขนส่งที่ต้องการจองคิวต่อใบขับขี่ เช่น ถ้าต้องการจองคิวต่อใบขับขี่ สวนผักให้เลือกพื้นที่ 2 ตลิ่งชัน, จองคิวต่อใบขับขี่ สุขุมวิท62 ให้เลือกพื้นที่ 3 พระขโนง หรือถ้าในต่างจังหวัดสามารถเลื่อนหาสำนักงานขนส่งประจำจังหวัดต่างๆได้

ขั้นตอนที่ 4: เลือกประเภทงานบริการเป็น “ใบอนุญาต”

ขั้นตอนที่ 5: จะมีให้เลือกว่าต้องการจองคิวต่อใบขับขี่ 5 ปีเป็น 5 ปี หรือ 2 ปีเป็น 5 ปี หรือถ้ามีหมดอายุไปก่อนก็จะมีให้เลือกเช่นกัน

ขั้นตอนที่ 6: จากนั้นให้เลือกวันที่ต้องการต่อใบขับขี่ จองคิวได้ในวันที่มีจุดดำบนปฎิทิน หากเป็นวันที่เต็มแล้วหรือเป็นจุดแดง (ตามภาพ) จะไม่สามารถจองคิววันนั้นๆได้

ขั้นตอนที่ 7: เลือกเวลาที่ต้องการไปจองต่อใบขับขี่ออนไลน์ แล้วกดยืนยันการจอง แล้วแค็ปหน้าจอเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อใช้แสดงกับเจ้าหน้าที่

ในขั้นตอนนี้หากเราทำการกดที่หน้าจออีกครั้งจะมีข้อมูลขึ้นมาว่าเราต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง แล้วต้องมาก่อนจองกี่นาที เช่น 30 นาที ต้องติดต่อประชาสัมพันธ์ที่ไหนเป็นต้น

โดยถ้าต้องการทำการยกเลิกการจองสามารถกดที่รูปหุ่นยนต์ด้านซ้ายล่างของจอจะมีเมนูให้เลือกว่าต้องกายกเลิกการจอง หรือไปจองอย่างอื่นต่อ หรือออกจากระบบเป็นต้น

เตรียมเอกสารให้พร้อม

สำหรับการต่อใบขับขี่จะมีเอกสารและค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้ตามนี้ครับ

  1. บัตรประชาชนผู้ขับขี่
  2. ใบขับขี่ใบเดิม
  3. ใบรับรองแพทย์ไม่เกิน 1 เดือน (สำหรับผู้ที่ต่ออายุแบบ 2 ปี เป็น 5 ปี เท่านั้น)
  4. ค่าธรรมเนียมใบขับขี่ (รถมอเตอร์ไซค์)
    • แบบ 2 ปี เตรียมเงินค่าธรรมเนียม 105 บาท
    • แบบ 5 ปี เตรียมเงินค่าธรรมเนียม 255 บาท
  5. ถ้ามีการเปลี่ยนชื่อให้แนบใบเปลี่ยนชื่อมาด้วย

และเมื่อไปต่อใบขับขี่จะมีให้ทดสอบร่างกาย รวมถึงอบรม 1 ชั่วโมงด้วย ก่อนที่จะถ่ายรูปและรับใบขับขี่ใบใหม่ต่อไป (การจองคิวข้างบนนี้รวมการจองคิวอบรมต่อใบขับขี่อยู่แล้ว)

จะเห็นว่าการต่อใบขับขี่นั้นไม่ยากอีกต่อไปไม่ว่าจะจองคิวต่อใบขับขี่ 5 ปี หรือ 2 ปี ไม่ว่าจะเป็นการจองคิวต่อใบขับขี่รถยนต์ หรือจองคิวต่อใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ก็ตาม สามารถจองคิวต่อใบขับขี่ผ่านแอพได้เลย

ส่วนคำถามว่าต่อใบขับขี่ต้องจองคิวไหมนั้น หากไม่จองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ ก็ยังสามารถไปต่อใบขับขี่ที่สาขาได้ปกติ โดยแนะนำให้ไปแต่เช้าครับ

อ้างอิง กรมการขนส่งทางบก, แอพ DLT Smart Queue

ไหนดี
Logo