สภาวะเงินฝืดแบบนี้ ลงทุนอย่างไรดี ทั้งได้เงินและปลอดภัย

          ในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ อันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด 19 ที่แพร่ระบาดต่อเนื่องยาวนาน ทำให้เกิดผลประทบหลายอย่าง ที่สำคัญที่สุด คือ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ เพราะหลาย ๆ กิจการไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ อีกทั้งการลงทุนต่าง ๆ ก็ชะลอตัวตาม ในระดับประชาชนทั่วไปการจับจ่าย ซื้อหาสินค้า และบริการต่างก็ลดลง เพราะประชาชนต่างประหยัด/เก็บเงินไว้กับตัวมากขึ้น เพื่อรักษาเงินออม เอาไว้ใช้จ่ายยามจำเป็น

          จากสภาวะเช่นนี้ ทำให้เกิดสถานการณ์เงินฝืดขึ้นในประเทศไทย ซึ่ง “เงินฝืด” ก็คือการที่ประชาชนทั่วไปมีความต้องการซื้อสินค้า และบริการลดลง อันเนื่องมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจ ความไม่มั่นคงทางการเงิน ทำให้มีปริมาณเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจน้อยลง มูลค่าของสินค้า และบริการต่าง ๆ ตกต่ำลง เพราะไม่มีคนซื้อ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่เป็นสาเหตุของสภาวะเศรษฐกิจถดถอย วันนี้ไหนดีเลยมาขอแนะนำ สภาวะเงินฝืดแบบนี้ ลงทุนอย่างไรดี ทั้งได้เงินและปลอดภัย ไปดูรายละเอียดกันได้เลย

ตัวเลือกการลงทุนในสภาวะเงินฝืด ลงทุนอะไรดี ?

  1. ลงทุนในทองคำ ทองคำถือเป็นวัตถุที่คงมูลค่าและราคามากที่สุด ด้วยคุณสมบัติความคงทนและความหายากของทองคำ รู้หรือไม่ว่าทองคำที่มีหมุนเวียนในแต่ละประเทศมีจำนวนไม่มากเลย อย่างในประเทศไทยมีปริมาณทองคำเพียง 154 ตันเท่านั้น แต่ยังถือเป็นอันดับสองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอันดับที่ 26 ของโลก เทียบแค่นี้แล้ว คงเห็นภาพความหายากและมีมูลค่าของทองคำ การลงทุนในทองคำ จึงถือได้ว่าเป็นการลงทุนที่มีความสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนก็ขึ้นอยู่กับมูลค่าของทองคำที่ขึ้นไปต่อเนื่องทุก ๆ ปี ทำให้ทองคำถือเป็นอีกการลงทุนนึงที่น่าสนใจ ยิ่งในปัจจุบันร้านทองหลายแห่งมีโปรโมชันการออมทอง ทำให้เราไม่ต้องใช้เงินก้อนไปซื้อทองทีเดียว แต่ใช้เงินผ่อนทองไปเรื่อย ๆ จนครบราคาทองจึงสามารถรับทองคำแท่งออกไปได้ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจเลยทีเดียว
  2. การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ในสภาวะการณ์แบบนี้หากเรามีเงินลงทุน การเลือกหาซื้ออสังหาริมทรัพย์เก็บไว้ถือเป็นจังหวะที่ดี เพราะหากเป็นคอนโดหรือบ้านจัดสรร ก็มักจะมีโปรโมชัน/ส่วนลดมากมาย เพื่อออกมากระตุ้นคนให้ซื้อ ทั้งเพื่อระบายสต๊อกปิดโครงการ หรือเร่งขายยูนิตคงค้าง แต่หากเป็นที่ดินก็มีไม่น้อยที่เจ้าของรีบขาย เพื่อเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสด นอกจากนี้ ยังมีอสังหาริมทรัพย์ขายทอดตลาดจากธนาคารต่าง ๆ ที่ลูกค้าผ่อนไม่ไหว โดนทางธนาคารเจ้าหนี้ยึดมาขายต่อในราคาค่อนข้างถูกจำนวนมาก หากเราเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ในทำเลที่ดี มีศักยภาพ ย่อมสามารถทำกำไรให้เราได้ในอนาคต ในยามที่กำลังซื้อของคนไทยกลับคืนมาหรือเศรษฐกิจดีขึ้น
  3. การลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารหนี้ คือ ตราสารทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ผู้ถือตราสารหนี้ จะเป็นเสมือนเจ้าหนี้ของบริษัทที่ให้เงินแก่บริษัทในการยืมไปดำเนินกิจการต่าง ๆ โดยผู้ถือตราสารหนี้ จะได้รับผลตอบแทนตามที่ได้ตกลงกันไว้ และเมื่อครบกำหนดจะได้รับเงินต้นคืน ซึ่งจุดเด่นของตราสารหนี้ ถือเป็นการลงทุนที่เรียกได้ว่ามีความเสี่ยงน้อย หากเราเลือกซื้อกับผู้ออกตราสารหนี้ที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้จากบริษัทเอกชนที่มีความมั่นคงสูง ดำเนินกิจการมายาวนาน นอกจากนี้ข้อดีของตราสารหนี้เองอีกอย่างหนึ่งคือ การให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอตามสัญญา และดอกเบี้ยที่ได้มักสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคาร
  4. การลงทุนหุ้นแบบระยะยาว ในสภาวะเศรษฐกิจที่เรียกว่าสภาวะเงินฝืด อาจทำให้บริษัทดำเนินกิจการจัดจำหน่ายสินค้าและบริการต่าง ๆ อย่างยากลำบาก เพราะกำลังซื้อของลูกค้าลดลง ความต้องการสินค้า และบริการก็ลดลงไปด้วย ทำให้ราคาหุ้นมีความผันผวน การลงทุนในตลาดหุ้นอาจมีความเสี่ยงในช่วงเวลาแบบนี้ แต่ในความเสี่ยงดังกล่าวก็ยังมีโอกาสอยู่ หากเราเลือกลงทุนในบริษัทที่มีเสถียรภาพทางการเงินที่ดี ดำเนินกิจการมาอย่างมั่นคง และมีสินค้าและบริการเป็นที่ต้องการของตลาด สามารถจับเทรนด์ยุคใหม่ที่กำลังมาถึงได้ การซื้อหุ้นของบริษัทเหล่านี้ในช่วงที่ราคาหุ้นตกลงมา หรือราคาหุ้นยังไม่สูง ย่อมสามารถคาดหวังถึงปันผล และกำไรจากการขายหุ้น หากในอนาคตเศรษฐกิจดีขึ้น และราคาหุ้นของบริษัทที่เราซื้อปรับตัวสูงขึ้น
  5. การลงทุนในกองทุนที่ไปลงทุนในต่างประเทศ สภาวะเงินฝืดนั้น หากไม่เป็นวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ย่อมไม่กระทบไปทั้งโลก ซึ่งเป็นไปตามพลวัตรของเศรษฐกิจ สถานะทางการเงิน และการเติบโตของประเทศนั้น ๆ ดังนั้น เมื่อประเทศเรากำลังเข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจถดถอย ก็ไม่ได้หมายความว่าประเทศอื่น เค้าจะเศรษฐกิจถดถอยไปแบบเราด้วย ยังมีประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องอยู่ เช่น อิตาลีที่มี GDP โตถึง 6.5% ในรอบ 45 ปี อันเนื่องมาจากการฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด 19 และรัฐบาลอัดฉีดงบประมาณลงไปถูกจุด โดยมุ่งเน้นให้เกิดการสร้างงาน และการลงทุนภาคครัวเรือน หรือแม้กระทั่งจีน ที่ GDP โตถึง 8.1% ในรอบ 10 ปี อันเนื่องมาจากมาตรการการควบคุมโควิดอย่างเข้มงวด และการห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ทำให้กำลังซื้อจากจำนวนประชากรจำนวนมากในประเทศหมุนเวียนอยู่ในจีน หากเราซื้อกองทุนที่ไปลงทุนในประเทศเหล่านี้ ก็อาจได้ผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจมากกว่าการลงทุนในประเทศนั่นเอง

Natthasit S.

ผู้สนใจและศึกษาในด้านการเงินและการลงทุน, การพัฒนาธุรกิจ ทรัพยากรมนุษย์ และการบริหารองค์กร โดยมีประสบการณ์เป็นที่ปรึกษา Dealer Business Partner Advisor ให้กับกลุ่ม SCG และประสบการณ์ทำงานในบริษัทสินเชื่อเช่าซื้อที่โตโยต้า ลีสซิ่ง Toyota Leasing (Thailand)

ไหนดี
Logo