ลูกหนี้ยิ้ม! รัฐลดดอกเบี้ย เหลือ 3% เจ้าหนี้เก็บดอกสูงเกิน ไม่ได้ มีผลแล้ว

มีผลแล้ว ปรับลดดอกเบี้ยลูกหนี้ / ห้ามคิดดอกเบี้ยซ้อน ตาม พ.ร.ก.กฎหมายแพ่ง เริ่ม 11 เมษายน 2564 ตามราชกิจจานุเบกษา 

ทำไมถึงลดดอกเบี้ย

ราชกิจจา มีการประกาศลดดอกเบี้ย โดยให้เหตุผลว่ากฎหมายเดิมมีการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล เลยมีการแก้กฎหมายใหม่เพื่อป้องกัน ไม่ให้เจ้าหนี้เรียกดอกเบี้ยจากลูกหนี้ในอัตราที่สูงเกินไปที่จะทำให้เกิดภาระกับลูกหนี้

  1. ลูกหนี้เดือนร้อนเพราะดอกเบี้ยสูง
  2. บางทีความไม่ชัดเจน ทำให้ลูกหนี้ผิดนัดแล้วต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงเกินจริง
  3. มีความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรม

อะไรได้ลดดอกเบี้ยบ้าง

ในการแก้กฎหมายรอบนี้ ทำให้ลูกหนี้ 2 ประเภท ได้ลดอัตราดอกเบี้ยต่อปีลง ดังนี้

  • อัตราดอกเบี้ยที่ไม่ได้กำหนดไว้ก่อน ปรับลดจากอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นร้อยละ 3 ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยผิดนัด  ปรับลดจากร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นร้อยละ 5 ต่อปี และห้ามไม่ให้คิดดอกซ้อนดอก

นั้นหมายความว่าถ้าทำสัญญากู้ยืมเงินกัน แล้วไม่ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยกันไว้ เจ้าหนี้จะคิดดอกเบี้ยได้ที่ 3% ต่อปีเท่านั้น ส่วนถ้าผิดนัดชำระหนี้นั้น ก็จะบวกเพิ่มจากดอกเบี้ยในกรณีปกติได้อีกไม่เกิน 5% ต่อปี

บังคับใช้ยังไง

กฎหมายใหม่ปรับลดดอกเบี้ยลูกหนี้นี้ ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา โดยมีผลเริ่ม 11 เมษายน 2564 ตามพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 แก้ไขมาตรา 7 และมาตรา 224 โดยระบุว่า

“มาตรา 7 ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กัน และมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ โดยนิติกรรม หรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี อัตราตามวรรคหนึ่งอาจปรับเปลี่ยนให้ลดลงหรือเพิ่มขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศได้ โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา โดยปกติให้กระทรวงการคลัง พิจารณาทบทวนทุกสามปีให้ใกล้เคียงกับอัตราเฉลี่ยระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก กับอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม ของธนาคารพาณิชย์”

“มาตรา 224 หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้น โดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น ห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัด”

อ้างอิง ราชกิจจานุเบกษา

--โฆษณา--

ถ้าชอบบทความนี้ กด Like
เป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะคะ

ไหนดี
Logo