รู้จักเทรนด์การท่องเที่ยวแนวใหม่ที่ผู้ประกอบการต้องรู้ 2565

            “การท่องเที่ยว” ถือเป็นช่องทางการสร้างรายได้หลักของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยประเทศไทยมีสภาพภูมิประเทศที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค มีป่าเขา มีทะเลที่สวยงาม อีกทั้งยังมีศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทำให้เป็นที่นิยมเดินทางมาพักผ่อนหรือท่องเที่ยวจากชาวต่างประเทศ ซึ่งจากเหตุผลและความต้องการดังกล่าว ทำให้มีคนไทยเข้ามาอยู่ในภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทั้งเป็นผู้ประกอบการหรือลูกจ้าง แต่ด้วยการแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิด-19 ก็ได้ทำให้ภาคการท่องเที่ยวเกิดการชะลอตัว จนในปัจจุบันสถานการณ์ผ่อนคลายมากขึ้น แต่สงผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของเทรนด์การท่องเที่ยวไปพอสมควร วันนี้ไหนดีเลยจะมาแนะนำเทรนด์การท่องเที่ยวแนวใหม่ที่ผู้ประกอบการต้องรู้ 2565  เราไปดูรายละเอียดกันได้เลย

เทรนด์การท่องเที่ยวแนวใหม่ 2565 คนเปลี่ยน โลกเปลี่ยน เทรนด์เปลี่ยน

            Neo Tourist” เป็นการท่องเที่ยวแนวใหม่ที่เกิดจากการที่โควิด-19 ได้เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คน โดยทำให้เทรนด์การท่องเที่ยวของผู้คนในปัจจุบัน มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับหลัก 5 ประการ ดังนี้

  1. Back To Nature คนเริ่มกลับมานิยมท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เพื่อผ่อนคลายความเครียด และหลีกหนีจากสังคมเมืองที่แออัด วุ่นวาย และมีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อโควิด-19
  2. Hygiene ผู้คนใส่ใจเรื่องสุขอนามัยและความสะอาดมากขึ้น สถานที่ท่องเที่ยวหรืออาหารการกินต้องมีมาตรการที่เชื่อถือได้ ได้มาตรฐาน ทั้งความสะอาดและปลอดภัย เช่น ได้รับการรับรอง SHA (Amazing Thailand Safety & Health Administration ) เป็นต้น
  3. Flexible ด้วยสถานการณ์ของโควิด-19 ที่แพร่ระบาดเป็นลูกคลื่น ไม่สามารถคาดการณ์ได้ นักท่องเที่ยวจึงต้องการความยืดหยุ่นในแผนการท่องเที่ยว หรือหลักประกันความเสี่ยงในการที่ได้ชำระค่าใช้จ่ายไป เช่น การคืนเงินค่าที่พัก กรณีเกิดการล็อกดาวน์ (Lock Down) หรือการเลื่อนการเดินทางได้หากติดโรคโควิด-19 เป็นต้น
  4. Travel with Technology เป็นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาผสมผสาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการท่องเที่ยว โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความกังวล และลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19 เน้นหลีกเลี่ยงการสัมผัส หรือหลีกเลี่ยงความแออัดจากการรอคอย เช่น การนำระบบจองคิวออนไลน์, การชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ, เทคโนโลยี AR ที่ทำให้ลูกค้าเห็นแบบห้องพักเสมือนจริง เป็นต้น
  5. Wellness & Leisure Tourism เป็นการท่องเที่ยวในเชิงดูแลสุขภาพ และผ่อนคลายควบคู่ไปด้วยกัน ซึ่งผู้คนอาจไม่นิยมไปเที่ยวตามจุดสำคัญ ๆ แบบเก็บให้หมด แต่เน้นการผ่อนคลาย พักผ่อนอย่างแท้จริง เช่น การไปพักโรงแรมที่มีบริการนวดไทย, สปา, โยคะ หรือมีสวนสวย ๆ เป็นต้น 

ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ควรปรับตัวอย่างไร ?

            จากเทรนด์ที่เปลี่ยนไปดังกล่าว หากเราเป็นผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว แน่นอนว่าจะต้องปรับตัวตามความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีหลักสำคัญที่ควรทำ ดังนี้

  1. ปรับปรุงด้านความสะอาดและสุขอนามัย โดยอาจจะไปขอการรับรองมาตรฐาน SHA (Amazing Thailand Safety & Health Administration) จากททท. เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า รวมทั้งเพิ่มการประชาสัมพันธ์ ว่าสถานที่หรือบริการของเราสะอาด ปลอดภัยอย่างไร
  2. ใช้เทคโนโลยีมาเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและอำนวยความสะดวก โดยอาจจะมีการเปิดช่องทางการจองที่พัก หรือช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า
  3. ชูจุดเด่นของที่พักหรือบริการของเรา ว่าตอบสนองเทรนด์การท่องเที่ยวใหม่ได้อย่างไร การประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าได้รับทราบ ถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจบริการ เราต้องมาดูว่าธุรกิจของเรามีจุดขายอะไร ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ เช่น มีสวนสวย ๆ ให้ออกกำลังกาย, มีคอร์สโยคะในโรงแรม หรือมีการฆ่าเชื้อด้วยแสง UV-C ในห้องพักทุกครั้งก่อนลูกค้าเข้าพัก เป็นต้น

ผู้สนใจและศึกษาในด้านการเงินและการลงทุน, การพัฒนาธุรกิจ ทรัพยากรมนุษย์ และการบริหารองค์กร โดยมีประสบการณ์เป็นที่ปรึกษา Dealer Business Partner Advisor ให้กับกลุ่ม SCG และประสบการณ์ทำงานในบริษัทสินเชื่อเช่าซื้อที่โตโยต้า ลีสซิ่ง Toyota Leasing (Thailand)

ไหนดี
Logo