5 เทคนิคเก็บเงินเที่ยว เที่ยวสนุก ไม่กังวลเงินในกระเป๋า

          ในปัจจุบันการเดินทางท่องเที่ยว ถือเป็นเทรนด์การพักผ่อนหย่อนใจที่เป็นที่นิยมของคนทุกเพศทุกวัย เนื่องด้วยการคมนาคมต่าง ๆ สะดวกสบายมากขึ้น ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น โรงแรม, ปั๊มน้ำมัน, ร้านอาหาร ฯลฯ ต่างพัฒนาเพื่อรองรับกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ทำให้การท่องเที่ยวกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตผู้คนในปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์ของการท่องเที่ยวแตกต่างกันไป เช่น หลายคนอาจไปเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ หลีกหนีความเครียดจากการทำงาน หรือหลายคนอาจไปเพื่อหาประสบการณ์ชีวิต หลีกหนีความจำเจในวิถีชีวิตเดิม ๆ เป็นต้น แต่แน่นอนว่าการท่องเที่ยวมักจะต้องใช้เงิน เพื่อเป็นทุนในการเดินทาง แล้วจะเที่ยวสนุกได้อย่างไร หากเงินในกระเป๋าไม่เพียงพอ

          วันนี้ ไหนดี จึงมาแนะนำ 5 เทคนิคเก็บเงินเที่ยว เที่ยวสนุก ไม่กังวลเงินในกระเป๋า จะมีเทคนิคดี ๆ อะไรมาฝากทุกคนกันบ้าง ไปดูรายละเอียดกันได้เลย

5 เทคนิคเก็บเงินเที่ยว เที่ยวสนุก ไม่กังวลเงินในกระเป๋า

  1. วางแผนการท่องเที่ยวและกำหนดงบประมาณ ก่อนจะไปเที่ยว เราต้องรู้ก่อนว่าเราอยากไปเที่ยวที่ไหน ไปเมื่อไหร่ จากนั้นกำหนดงบประมาณที่ต้องใช้คร่าว ๆ ซึ่งอาจจะลิสต์ค่าใช้จ่าย เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าโรงแรม, ค่ากิน, ค่าซื้อของ, ค่าเดินทาง, ค่าทำ Visa เป็นต้น หรือแม้กระทั่งการแปะรูปสถานที่ท่องเที่ยวที่เราอยากไปในแต่ละที่ พร้อมค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและให้เราได้รู้ว่าจำเป็นต้องใช้เงินเท่าไหร่บ้าง และจะต้องเก็บเงินต่อเดือนแค่ไหน จึงจะเพียงพอตลอดทริปท่องเที่ยว
  2. วางแผนและสร้างวินัยการออมเงิน แน่นอนว่าการเดินทางของเราจะเกิดขึ้นได้ เราจะต้องเก็บเงินทุนให้ได้เสียก่อน โดยการวางแผนการออมเงิน ว่าต้องเก็บเงินต่อเดือนเท่าไหร่ รวมทั้งต้องทำอย่างสม่ำเสมอด้วย ซึ่งสามารถทำได้ตามความถนัดของตนเอง เช่น บางคนอาจไปเปิดบัญชีแบบฝากประจำ 3 เดือน, 6 เดือน เพื่อให้เกิดการออมสม่ำเสมอ หรือการกำหนดวงเงินการเก็บต่อวันให้ได้ตามเป้า อย่างการเก็บเงินวันละ 50 บาท ไปจนถึงการเก็บเหรียญเงินทอนมาหยอดกระปุก, เก็บแบงก์ที่ลงท้ายด้วยวันเกิด เป็นต้น
  3. จัดการรายจ่ายอย่างเหมาะสม เมื่อเรามีเป้าหมายการท่องเที่ยวและมีงบประมาณในใจอยู่แล้ว ดังนั้น การบริหารรายจ่ายอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถออมเงินได้ตามเป้า ถือเป็นสิ่งที่ควรทำ อย่างการแบ่งรายจ่ายต่าง ๆ อย่างชัดเจนเป็นหมวดหมู่ เช่น ค่าโทรศัพท์, ค่าอาหาร, ค่าซื้อของ, ค่าห้องพัก เป็นต้น จะทำให้เราสามารถจำกัดค่าใช้จ่ายต่อเดือน เพื่อออมเงินให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดนั่นเอง
  4. วางแผนหาเงินเพิ่ม (หากออมเงินได้ไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้) หากคิดว่าเงินออมของเรายังไม่เพียงพอ โดยอาจจะเริ่มวางแผนการหารายได้เสริม เพื่อให้สามารถเก็บเงินออมตามเป้าได้ทันตามกำหนดการ โดยอาจดูจากจำนวนเงินออมที่ขาด เพื่อกำหนดว่าเราต้องหารายได้เสริมต่อเดือนเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่
  5. การบอกให้โลกรู้ อย่างการบอกคนรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน, ครอบครัว หรือการบอกผ่านโซเชียลมีเดีย ว่าเรากำลังวางแผนเดินทางท่องเที่ยว เป็นเสมือนการประกาศให้คนส่วนใหญ่รับรู้ และเป็นสิ่งที่สร้างความกดดันเล็ก ๆ ให้กับเรา เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะสำเร็จมากขึ้น, เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และความมุ่งมั่นในการเก็บเงินไปสู่เป้าหมายที่วางไว้นั่นเอง 

ผู้สนใจและศึกษาในด้านการเงินและการลงทุน, การพัฒนาธุรกิจ ทรัพยากรมนุษย์ และการบริหารองค์กร โดยมีประสบการณ์เป็นที่ปรึกษา Dealer Business Partner Advisor ให้กับกลุ่ม SCG และประสบการณ์ทำงานในบริษัทสินเชื่อเช่าซื้อที่โตโยต้า ลีสซิ่ง Toyota Leasing (Thailand)

ไหนดี
Logo